โมเดลแก้จน “เกษตรมูลค่าสูง” เป็นโครงการปฏิบัติการแก้จนระดับพื้นที่ ช่วยเหลือคนจนหรือครัวเรือนยากจน อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร โดยทีมนักวิจัย ม.ราชภัฏสกลนคร เป้าหมายสร้างอาชีพ มีผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโมเดล ทั้งด้านเศรษฐกิจ รายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม ในระบบการผลิตเกษตรมูลค่าสูง
"การทำเกษตรมูลค่าสูงกับครัวเรือนยากจน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มมูลค่า ด้านราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น ยังหมายความรวมถึง การเกษตรที่ก่อให้เกิดผลในเชิงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ต้นทุนต่ำ และไม่จำเป็นต้องผูกขาดกับนายทุน"
อ.สายฝน ปุนหาวงศ์ หัวหน้าโครงการวิจัย และทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร กล่าวว่า เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 – 2566 (สิ้นสุด31มี.ค.2567) ได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อนงานในโครงการ “การพัฒนาระบบห่วงโซ่การผลิตเกษตรมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน” ร่วมกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ และบูรณาการกับนโยบาย “อำเภอบำบัดทุกข์บำรุงสุข” อำเภออากาศอำนวย ตามโครงการ “การพัฒนาความเป็นอยู่ สู่ความสุขอย่างยั่งยืน ด้วยวิถีพอเพียง”
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นำนักศึกษา “วิศวกรสังคม” ร่วมพัฒนาโจทย์การวิจัยแก้จนแบบมีส่วนร่วม และปฏิบัติการโมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูงในพื้นที่ จำนวน 3 โมเดล ประกอบด้วย
- โมเดลชุมชนเห็ดเศรษฐกิจ (สร้างธุรกิจชุมชนเป็นอาชีพระยะสั้น)
- โมเดลคลังเมล็ดพันธุ์ข้าว (แก้ปัญหาอาชีพทำนาในระยะยาว)
- โมเดลสมุนไพรทุนวัฒนธรรมไทบรู (สร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพจากสมุนไพร)
ออกแบบโมเดลให้สอดคล้องกับความต้องการคนจนและบริบทพื้นที่ (คน งาน เงิน) มีกลุ่มเป้าหมายครัวเรือนยากจนได้รับผลประโยชน์จำนวน 385 ครัวเรือน รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตจำนวน 11 ชิ้นงาน
นิยามความหมาย “เกษตรมูลค่าสูง”
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ทีมนักวิจัยจาก บพท. จัดเวทีวิชาการสังเคราะห์บทเรียนสู่การสร้างองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการเกษตรสร้างมูลค่าเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน สรุปการนิยามความหมาย "เกษตรมูลค่าสูง" ได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
เกษตรมูลค่าสูง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเดิมมักจะขายในรูปแบบวัตถุดิบทำให้ได้รับราคาที่ต่ำ เป็นการนำผลิตผลทางการเกษตรมาแปรสภาพจากลักษณะเดิม ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน โดยอาจเกิดจากการแปรสภาพตามธรรมชาติให้ต่างจากเดิมเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค มีทั้งสินค้าเกษตรด้านที่ไม่ใช่อาหารและด้านอาหาร หรืออีกนัยยะหนึ่ง เป็นการทำให้สินค้าจากภาคการเกษตรมีราคาที่สูงหรือ “ทำน้อย ได้ราคาที่มากขึ้น” นั่นเอง
เกษตรมูลค่าสูง มีแนวทางการพัฒนาภาคการเกษตร มุ่งเน้นในการพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ เพื่อการเพิ่มมูลค่าผลผลิตต่อหน่วย ผลิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ระดับกลางน้ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรม ที่มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และกิจกรรมการผลิตนั้น ๆ ส่วนในระดับปลายน้ำ มีการใช้แนวความคิดเชิงสร้างสรรค์ ในการแปรรูปที่หลากหลายและการสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น รวมทั้งการหาตลาดหลายระดับเพื่อให้เข้าถึง ผู้บริโภคได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับรายได้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเกษตรกรในที่สุด
การพัฒนาโมเดลแก้จนตามบริบทพื้นที่
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและประชากรอำเภออากาศอำนวย แผนพัฒนาอำเภออากาศอำนวย (ปี 2566) มีรายงานจำนวนประชากรทั้งหมด 72,033 คน สนง.สถิติจังหวัดสกลนคร สรุปข้อมูลอำเภออากาศอำนวยผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ปี 2566) มีจำนวน 18,856 คน ในระบบข้อมูล TPMAP (ปี 2566) มีคนจนเป้าหมายจำนวน 24 คน ข้อมูล จปฐ. (ปี 2565) ประชากรมีรายได้เฉลี่ย 63,650 บาท/คน/ปี หรือ 5,304 บาท/คน/เดือน คิดเป็นวันละ 176 บาทต่อคน
ข้อมูลฐานทุนการดำรงชีพครัวเรือนยากจน ตามแนวคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน (SLF) 5 ด้าน ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนสังคม จากระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนระดับพื้นที่ อำเภออากาศอำนวย (กำลังอยู่ระหว่างสอบทานในพื้นที่ พ.ย.2566) มีข้อมูลในเบื้องต้น
- ครัวเรือนยากจน จำนวน 347 ครัวเรือน มีสมาชิกอาศัยอยู่ 1,222 คน แบ่งตามช่วงอายุ วัยเด็ก ร้อยละ 12.90 วัยแรงงาน ร้อยละ 64.52 วัยสูงอายุ ร้อยละ 22.58
- ข้อมูลการทำงาน มีคนไม่ได้ทำงาน ร้อยละ 37.52 คนว่างงาน ร้อยละ 11 คนมีงานทำ ร้อยละ 51.48
- ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ร้อยละ 64.59 รับจ้างรายวันนอกภาคการเกษตร ร้อยละ 15.69 ลูกจ้างโรงงาน/บริษัท ต่างจังหวัด ร้อยละ 11.68 และมีอาชีพอื่น ๆ ร้อยละ 6.58
"เรามีวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกกิจกรรมอาชีพผู้คนมีฝีมือมีทักษะ ทั้งด้านเกษตรกรรมและหัตถกรรม แต่มีจุดด้อยตรงที่เราขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งในส่วนนี้ต้องอาศัยความรู้ความร่วมมือกับ ม.ราชภัฏสกลนคร ที่ช่วยต่อยอดหนุนเสริมการผลิต การแปรรูปและช่องทางจำหน่าย ถ้าบริหารจัดการได้เองทั้งระบบ เกษตรกรเราจะลืมตาอ้าปากได้อย่างสง่างาม"
ข้อมูลเศรษฐกิจและความหนาแน่นปัญหา
ระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนระดับพื้นที่ อำเภออากาศอำนวย สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจัดกลุ่มครัวเรือนตามเส้นแบ่งความยากจน (Poverty Line) เพื่อดูความหนาแน่นของปัญหา พบว่า ครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ย 3,094.20 บาท/คน/เดือน หรือวันละ 103 บาท ครัวเรือนมีหนี้สินคงค้าง ร้อยละ 51.76 จำแนกครัวเรือนตามเส้นแบ่งความยากจน 4 ระดับ ประกอบด้วย
- ระดับ 1 กลุ่มมีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจน (<2,762 บาท/คน/เดือน) มีสัดส่วนครัวเรือนหนาแน่น ร้อยละ 60.49
- ระดับ 2 กลุ่มมีรายได้มากกว่าเส้นความยากจนน้อยกว่า 40% ที่จนที่สุด (2,763 - 5,346 บาท/คน/เดือน) มีสัดส่วนครัวเรือนหนาแน่น ร้อยละ 23.71
- ระดับ 3 กลุ่มมีรายได้มากกว่า 40 % ที่จนที่สุดน้อยกว่าเส้นมัธยฐาน (5,347 - 6,531 บาท/คน/เดือน) มีสัดส่วนครัวเรือนหนาแน่น ร้อยละ 3.95
- ระดับ 4 กลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเส้นมัธยฐาน (>=6,532 บาท/คน/เดือน) มีสัดส่วนครัวเรือนหนาแน่น ร้อยละ 11.25
เกษตรมูลค่าสูงกับโมเดลแก้จน
นักวิจัยได้นิยามศัพท์ปฏิบัติการคำว่า เกษตรมูลค่าสูง คือ ระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด มีคุณค่าทางโภชนาการ ตั้งแต่กระบวนการต้นทาง กลางทาง ปลายทาง (การผลิต แปรรูป การตลาด) โดยมิได้เพียงมุ่งเน้นมูลค่าในด้านราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตที่ต้นทุนต่ำ, ไม่ผูกขาด และมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม (Profit Sharing) ให้กับเกษตรกร ซึ่งต้องคำนึงถึงสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (เศรษฐกิจ BCG)
เป้าหมายหลัก:
- มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเกษตรด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม
- สร้างความกินดีอยู่ดี คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
- สร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ผลิต
- ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการกระจายรายได้
ดร.แมน ปุโรทกานนท์
"การทำเรื่องแก้จนไม่ใช่การมาทำแค่โครงการให้มีรายได้อย่างเดียว สิ่งที่กำลังทำกลุ่มเห็ดเกิดจากแรงบันดาลใจอยากช่วยให้ชุมชนมีรายได้ กลุ่มนาปรังมีอัตลักษณ์ชุมชนดงสารมีเสน่ห์และโรแมนติก ควรจะได้รับการเปิดเผยผลงานวิชาการในวงกว้าง" ดร.แมน ปุโรทกานนท์ หัวหน้านักวิจัยทีมกลาง บพท. (13ต.ค.66)
1. โมเดล “ชุมชนเห็ดเศรษฐกิจ”
คือการพัฒนาและยกระดับชุมชนเป็นอุตสาหกรรมการผลิต (Local Business) ส่งเสริมกลุ่มผลิตเห็ดโดยชุมชนเป็นเจ้าของกิจการ สร้างกลไกความร่วมมือบนระบบนิเวศน์ห่วงโซ่อุปทานเห็ดให้มีเสถียรภาพ เชื่อมโยงกับครัวเรือนเป้าหมาย ชุมชน กลุ่ม/กิจการ และผู้ประกอบการ บริหารจัดการกลุ่มด้วยตัวแบบงานบุญประเพณีวัฒนธรรมในชุมชน มีผู้นำกลุ่มที่เข้มแข็งเป็นนักปราชญ์บริหารงานเป็นที่ยอมรับ
โดยมีวิสาหกิจชุมชน “เป็นพี่เลี้ยง” หรือ Node ถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะการเพาะเห็ด พร้อมทั้งใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต ส่งมอบคุณค่าก้อนเชื้อเห็ดไป “เปิดดอกเห็ด” ยังกลุ่มชุมชน และติดตามดูแล
พัฒนาและยกระดับห่วงโซ่การผลิตเห็ด "ผู้เปิดดอก" โดยรวมกลุ่มหมู่บ้านละ 30 ครัวเรือน เป็นอย่างน้อย เข้าร่วมเป็นแรงงานในกิจการกลุ่มชุมชน สร้างเศรษฐกิจชุมชนและสวัสดิการชุมชนเกื้อกูลคนฐานราก เพื่อบรรเทาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ สู่การยกระดับฐานะทุนเศรษฐกิจและเข้าถึงโอกาสทางสังคม
จำนวนผู้ได้รับประโยชน์ 280 ครัวเรือน (ข้อมูล ธ.ค.2566) พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโพนงาม ตำบลโพนแพง ตำบลบะหว้า อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

นายประพงค์ ผายทอง
"วิสาหกิจชุมชนฯ มีสมาชิกที่ชำนาญในการผลิตเห็ด ผมเห็นว่าเป็นโครงการสร้างอาชีพให้กับผู้ที่ตกงานในชุมชน อยากช่วยเหลือชุมชนสังคมให้มีอาชีพ จึงตอบรับข้อตกลงผลิตในราคาต้นทุนก้อนละ 5 บาท พร้อมทั้งเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กลุ่มเพาะเห็ดใหม่ และอุปกรณ์เทคโนโลยีในการผลิต ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ได้รับสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ โดยการระดมแรงงานแต่ละกลุ่ม เข้ามาอัดก้อนเห็ดนำไปเปิดดอก" นายประพงค์ ผายทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดบ้านกลาง (6ต.ค.66)

แม่ประภา แดนนาบัว
"การเพาะเห็ดเป็นอาชีพที่ทำให้มีรายได้ทุกวัน ได้วันละ 5-10 โล ขายในชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน และมีแม่ค้าซื้อไปทำอาหารขายอีกที ได้จัดทำบริหารบัญชีกลุ่มตามที่นักวิจัยแนะนำ มีเงินทุนเหลือในการผลิตครั้งต่อไปประมาณ 15,000 บาท ซึ่งวางแผนจะเริ่มอัดก้อนรอบใหม่ กับวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดไร้สาร บ้านเสาวัด ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ มีชาวบ้านสนใจอยากเข้าร่วมการเพาะเห็ด และในอนาคตอยากขยายเป็นผู้อัดก้อนเอง" แม่ประภา แดนนาบัว ตัวแทนกลุ่มอาชีพเพาะเห็ดบ้านโพนงาม (13ต.ค.66)
เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
มีรายได้เร็วภายในหนึ่งเดือนมีเงินหมุนเวียนทุกวัน แก้ปัญหาไม่มีงานทำและลดรายจ่าย เกิดกลุ่มธุรกิจในชุมชนบริหารจัดการรูปแบบอุตสาหกรรมในชุมชน (Local Business) ลดต้นทุนลง 50 % จากซื้อก้อนละ 10 บาทเหลือ 5 บาท มีกำลังผลิตรวมมากกว่า 100,000 ก้อนต่อรอบผลิต 4 เดือน จะสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในอำเภออากาศอำนวย มูลค่า 1,814,000 บาท ดำเนินงานด้วยโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมมีแผนการลงทุน เกิดการบริหารความคาดหวังและการบริหารความเสี่ยง สอดคล้องกับโมเดล BCG เพาะเห็ดจากฟางข้าวเสริมธาตุสิลิเนียนสามารถนำก้อนเชื้อเห็ดเก่าไปทำสารปรับปรุงดิน ร่วมมือกับชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร ส่งเสริมทักษะอาชีพ เพื่อฟื้นฟูศักยภาพ พัฒนาร่างกายและจิตใจ
เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้
เทคโนโลยีหม้อนึ่งแรงดันไอน้ำอุณหภูมิคงที่ 100 องศาฯ ช่วยลดการสูญเสียในก้อนเห็ดร้อยละ 99, เทคโนโลยีตู้เขี่ยเชื้อเห็ดบริสุทธิ์, เทคโนโลยีโรงเรือนเพาะเห็ดระบบน้ำพ่นฝอย, เทคโนโลยีการเพาะเห็ดจากฟางข้าวเสริมธาตุสิลิเนียน ช่วยการเกิดดอกได้เร็ว 20 วันได้จำหน่าย และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกัน, Web Application “ตามปลูก ตามเก็บ”, นวัตกรรมการเรียนรู้ชุมชนเห็ดเศรษฐกิจ(ที่มา : www.1poverty.com สืบค้นวันที่ 3มี.ค.67)

2. โมเดลคลังเมล็ดพันธุ์ข้าว
คือการพัฒนาอาชีพทำนาปรังเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตซื้อเมล็ดพันธุ์ และมีโอกาสใหม่แปรรูปข้าวเม่า พร้อมทั้งเตรียมพัฒนาสู่ท่องเที่ยวชุมชน “พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิต” ร่วมกับ Local Alike (กิจการเพื่อสังคม) มีจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ 75 ครัวเรือน พื้นที่ดำเนินงาน ตำบลโพนงาม ตำบลอากาศ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร
"ม.ราชภัฏสกลนคร เข้ามาศึกษาวิจัยหารือกับชาวบ้าน จึงเสนอให้แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้เสี่ยวแนะนำเทคโนโลยีตะแกรงร่อนคัดคุณภาพเมล็ดข้าวก่อนนำไปหว่าน ตอนแรกผมอยู่ห่าง ๆ นั่งฟังแล้วเข้าหูเลยสนใจ จึงตกลงเป็นเสี่ยวกันแลกเทคโนโลยี หลังจากนำไปทดลองใช้ประโยชน์ เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ต้นข้าวแตกกอมากขึ้นได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น นึ่งทานได้หอมนุ่มเหมือนข้าวนาปี จึงชวนชาวบ้านมาคัดเมล็ดข้าวก่อนนำไปหว่านนาปรัง" นายณัฐฏพล นิพันธ์ กลุ่มทำนาปรัง (1ก.พ.67)
นายณัฐพล นิพันธ์
"การทำนาปรังเป็นทางรอด ช่วยครัวเรือนลดรายจ่ายการซื้อข้าวได้ครึ่งหนึ่ง พื้นที่ชนบทบ้านดงสารไม่มีทางเลือกมาก อาชีพเสริมต่าง ๆ ทำได้แค่เหมาะสมกับกำลังซื้อของชาวบ้าน จึงเกิดแนวคิดอยากพัฒนาทุ่งพันขันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ น่าจะมีผู้คนเข้ามาซื้อสินค้าและบริการในชุมชน" ครูสุวรรณ บงศ์บุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาปรังมูลค่าสูง (18ส.ค.66)
ครูสุวรรณ บงศ์บุตร

คุณสมศักดิ์ บุญคำ
"ที่นี่สมบัติของประเทศไทยเราจริงๆนะครับ ดงสาร สกลนคร ผมว่าเขาคือ "พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิต" พื้นที่ชุ่มน้ำ ผืนเกษตรกรรมและประมงท้องถิ่นที่ใหญ่หลายพันไร่ ตรงนี้คือแหล่งเรียนรู้เรื่องเกษตร และแหล่งศึกษาธรรมชาติชั้นดีเลยครับ ทำใมที่นี่น่าค้นหาจังนะ..? ที่ยังคงเป็นแบบนี้ได้ แน่นอนครับคนในชุมชนนี้ต้องมีดีแน่ๆ ต้องรักและรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ของเขามากแน่ๆ แล้วใครกันนะ..? และบ้านดงสารมีคำตอบให้ผมหมดเลยครับ ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีโอกาสที่จะพัฒนาและส่งเสริมผมว่าที่นี่คือคำตอบครับ อยากชวนทุกคนให้ช่วยกันครับ สำหรับผม การมาเยือนดงสาร คงไม่ใช่แค่ครั้งแรกและครั้งเดียวแน่ ๆ ครับ" คุณไผ สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้ง Local Alike (FB นักพัฒนาพาเที่ยว 9ก.ย.66)
เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ช่วยลดต้นทุน มีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้ในพื้นที่ 4,000 ไร่ ด้วยทรัพยากรที่สมบูรณ์เชื่อมโยงโอกาสใหม่เตรียมพัฒนาเป็นท่องเที่ยวชุมชน “พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิต” ร่วมกับ Local Alike (กิจการท่องเที่ยวชุมชนโดยชุมชนอย่างยั่งยืน)
เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้
ได้แก่เทคโนโลยีตะแกรงร่อนคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ, เทคโนโลยีการแปรรูปข้าวเม่า, นวัตกรรมการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนำนักศึกษาวิศวกรสังคม ร่วมปฏิบัติการ นำเครื่องมือฟ้าประทานสู่การช่วยเหลือราษฎร
(ที่มา : www.1poverty.com สืบค้นวันที่ 3 มี.ค.67)

3. โมเดลสมุนไพรบรู (ทุนวัฒนธรรม)
คือการยกระดับรายได้ครัวเรือนด้วยการพัฒนาอาชีพแปรรูปสบู่จากสมุนไพรในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางสังคมชาติพันธุ์ "ไทบรู" โดยใช้ทุนวัฒนธรรม เริ่มจากความต้องการเป็นอัตลักษณ์นั้นคือ "สมุนไพร" ที่ชาวบรูทุกคนยอมรับ ให้รู้คุณค่ากับสิ่งที่มีอยู่คือการนำสมุนไพรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีกลไกสำคัญ คือ โรงเรียนบ้านคำแหว ในการขับเคลื่อนทั้งองค์ความรู้และการบริหารจัดการ มีจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ 30 ครัวเรือน พื้นที่ดำเนินงาน ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

นายปาว วาริคิด
"การสืบทอดสมุนไพรถึงปัจจุบัน จากการล่าสัตว์หรือนายพราน จะมีผู้นำพรานที่รู้สูตรยาให้สัตว์อ่อนแรง เตรียมสำรองใส่กับลูกศรมีขนาดต่างกัน เจอสัตว์ใหญ่ต้องใช้ยามากขึ้นหรือยิงซ้ำ การเดินป่าจะปวดกล้ามเนื้อระหว่างทางใช้สมุนไพรสดๆ หาริมทางได้เลย" นายปาว วาริคิด ปราชญ์ชุมชนด้านสมุนไพร บ้านคำแหว (3พ.ย.66)
เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มชาติพันธุ์ไทบรูเข้าถึงโอกาสทางสังคมด้วยความภาคภูมิอย่างมีศักดิ์ศรี
ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ได้แก่เทคโนโลยีการแปรรูปสบู่สมุนไพรบรู นวัตกรรมการสร้างโอกาสไทบรูด้วยทุนวัฒนธรรม(ที่มา : www.1poverty.com สืบค้นวันที่ 3 มี.ค.67)

นโยบาย “เกษตรมูลค่าสูง” ในประเทศไทย
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 - 2580 ได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาประชากร เพื่อให้ได้รับ ผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน สร้างความเจริญทางรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่าง ต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตในภาคเกษตร ไปสู่สินค้าเกษตรและ ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ได้กำหนดประเด็นสำคัญในด้านการสร้างเกษตรมูลค่าสูง 8 ประเด็น ดังนี้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการทำเกษตร มูลค่าต่ำและไม่เหมาะสมกับพื้นที่ ไปสู่การปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์และประมงที่มีมูลค่าสูง
สนับสนุนการทำ การเกษตรแบบร่วมผลิตและร่วมจำหน่าย (เกษตรแปลงใหญ่ หรือสหกรณ์)
ขยายพื้นที่ชลประทานให้เกษตรกรมีน้ำ ใช้สำหรับการผลิตสินค้าเกษตรอย่างเหมาะสม เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม
พัฒนาคลัสเตอร์พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และส่งเสริมให้มีความหลากหลายทางชีวภาพการเกษตร (Agricultural Biodiversity)
พัฒนาสหกรณ์การเกษตร ให้มีความเข้มแข็งและส่งเสริมให้เกิดผู้ให้บริการด้านการจัดการเกษตรสมัยใหม่ (Service Provider) อย่างครบวงจร
สร้างผู้ประกอบการเกษตร (Smart Farmer)
ส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงข้อมูล Big Data ด้านการเกษตร และใช้ประโยชน์จากดิจิทัลแพลตฟอร์ม
เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมอาหาร และเศรษฐกิจชีวภาพ ตามแนวทาง BCG
(ที่มา : https://www.opsmoac.go.th/km-km_article-files-441291791793 สืบค้นวันที่ 3 มี.ค.67)
บทความที่เกี่ยวข้อง:
Sakon Nakhon Poverty Platform แพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดสกลนคร
กิจกรรมวิจัย ปี 2566
ดำเนินการ: การพัฒนาระบบห่วงโซ่การผลิตเกษตรมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
แหล่งทุนวิจัย: หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) งานยุทธศาสตร์ขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ



