เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม

เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมปิดคอมพ์พักงานเขียน Booklet ไปงานฌาปนกิจที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ร่วมเดินทางไปกับ อ.สายฝน ตุ๊กติ๊ก ฝ้าย ขากลับตั้งใจแวะไปที่สวนป่าปรุง เวลาใกล้ค่ำแล้วทางผ่านมีตลาดนัดคลองถมพอดี จึงแวะซื้อยำ อบไก่ใต้น้ำ ขนมจีน หอยแมลงภู่ องุ่น เข้าไปทานข้าวเย็นร่วมกับ พี่พอลล่า และ พี่สาว อีกหนึ่งคนครับ

ต้นเหตุเกิดจากปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มาหลงใหลกับความงามของดอกกระเจียวและกล้วยไม้ดินครั้งแรกที่ “สวนป่าปรุง พฤกษ์ศิลป์ แห่งป่าฮัง” บ้านนาหวาย ต.ท่าก้อน อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร การมาในรอบที่ 2 ครั้งนี้พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า มองเห็นแสงสีส้มกระทบป่าให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ในเวลาสั้น ๆ ก่อนจะมืดผมรีบเดินรับเอาบรรยากาศรอบ ๆ สวนให้เต็มที่

ผ่านมาหนึ่งเดือน สวนป่าปรุงมีความแตกต่างไปมาก พื้นที่โล่งขึ้น ปลูกดอกกระเจียวเพิ่มมองเห็นความหลากหลายสายพันธุ์ทั่วทุกมุมป่า ส่วนต้นเดิมที่มีอยู่แล้วเริ่มออกช่อดอกใหม่แล้ว ระหว่างชมดอกไม้ต้นไม้ผมสังเกตุเห็น “ดอกเอื้อง” สวยสะดุดตาตรงที่มีกรีบดอกเป็น สีชมพูสีเหลือง นี่เป็นครั้งแรก แต่ก่อนผมเคยเห็นแต่ดอกสีขาว ไม่นานฟ้าเริ่มมืดผมเดินไปไม่ถึงโซนทำนาอีกเหมือนเดิมครับ

เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม
เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม

กลับมานั่งยังโต๊ะซึ่งดัดแปลงจากบานหน้าต่างที่พึ่งทำเสร็จใหม่ อาหารเต็มไปหมดเลยครับ กินไปด้วยพูดคุยกันไปด้วย พี่พอลล่า ได้แจ้งกำหนดการเปิดสวนป่าปรุงคือวันที่ 8 กันยายน 2569 จัดโดย BEDO พร้อมกับมีผู้ใหญ่ในหน่วยงานมาร่วมด้วย ก็จะเป็นประเด็นส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสร้างรายได้ กิจกรรมวันนั้นจะเป็นการเปิดสวน เดิมชมป่า ทำอาหารจากเมนูหอยปัง และทำขนม

เป้าหมาย พี่พอลล่า เล่าให้ฟังว่าต้องการทำเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนกลุ่มเป้าหมายคนรักษ์ในธรรมชาติ เคยเสนอหน่วยงานไปแต่ตอนนั้นยังไม่มีเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจและยังไม่ได้สำรวจพื้นที่ 

สมองผมจำได้และสั่งการให้ร่วมแลกเปลี่ยนทันทีว่า "เคยศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวนิเวศแม่น้ำสงครามในพื้นที่บ้านดงสาร ร่วมกับบริษัท Local Alike" ช่วงนั้นมีช่องว่างคือขาดผู้นำด้านการท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานเช่นสถานที่พักค้าง (โฮมสเตย์) ผมได้ย้ำกับ พี่พอลล่า "ผู้ที่บอกว่ายังไม่มีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แสดงว่ายังมาไม่ถึงอำเภออากาศอำนวย" หลังจากนั้นได้คุยกันยาวเลยครับ

เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม

บ้านดงสาร มีระบบนิเวศเป็นป่าบุ่งป่าทามอยู่ติด แม่น้ำสงคราม หรืออีกชื่อเรียงว่า ทุ่งพันขัน 4,000 ไร่ ในฤดูฝนน้ำท่วมก่อไผ่สูงเกือบเท่าต้นยูคาลิปตัส ในฤดูแล้งหลังน้ำลดชาวบ้านจะทำข้าวนาปรัง ปี 2566 ชาวบ้านได้ร่วมมองภาพอนาคตอยากพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ “พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิต” ซึ่ง Local Alike เสนอแนะดังนี้

ต้นทุนมีศักยภาพมาก มีพื้นที่ทางการเกษตร นาปรัง สะพานดอนหลวงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก อุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์และพันธุ์พืช เช่น นกกาบบัว แม่น้ำสงคราม ทุ่งพันขัน หนองหมากแซว กุดสิ้ว ดอนเล้าข้าว ต้นไม้ใหญ่ เห็ดใหญ่ ยุงใหญ่ วัฒนธรรมด้านอาหารการกินมีเอกลักษณ์สูง มีวิถีชีวิตเกษตรกร ชาวประมง ดำรงวิถีชีวิตอย่างเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอดในชุมชน อยู่แบบเครือญาติ อบอุ่น มีการทำงานกันในรูปแบบเครือข่าย

เปิดสวนป่าปรุง สานฝันท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม

ผมลองจัดแผนเส้นทางการท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน เชื่อมโยงบ้านดงสารทุ่งพันขันกับสวนป่าปรุง รวมระยะทางประมาณ 20 - 25 กิโลเมตร (ดูแผนที่ออนไลน์ Google Maps)

  • วันแรก เริ่มต้นที่บ้านดงสาร พบประสบการณ์กับพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมที่มีชีวิตตลอดปี ได้แก่ ชนป่าดอนเล้าข้าวต้นไม้ใหญ่ สัมผัสน้ำกุดสิ้ว ชมนก ปลา ควายทาม หน่อไม้ เห็ดทาม มันแซง ฯลฯ ในฤดูฝนมีล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ทานข้าวเที่ยงอยู่ใต้ป่าไผ่ก่อนแวะไปล่องแพน้ำสงครามทานข้าวเย็นที่บ้านท่าแร่ แล้วไปพักค้างอาบป่าที่สวนป่าปรุง
  • วันที่สอง ตื่นเช้ามาชื่นชมพืชพรรณ ทำบุญตักบาตร ฝึกกิจกรรมอาชีพลองเป็นผู้คนอยู่ในโคกหนองนาที่สวนป่าปรุง อาทิ ทำอาหารจากเมนูหอยปัง ปลูกป่า ทำขนม ทำของฝาก


วันพักผ่อนไม่มีอยู่จริงหรอกนะ แต่มันคือเปลี่ยนบรรยากาศสร้างสรรค์ผลงาน ขอให้ภาพอนาคตความฝันการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนในข้างต้นเป็นจริง อาจเริ่มต้นจากการเปิดสวนป่าปรุง 8 ก.ย.2569 นี้ก็ได้ มาผ่อนคลายสมองเปิดสวนป่าปรุงด้วยกันนะครับ


///
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า