ในยุคที่นายจ้างและองค์กรต่างโหยหาคนที่มีทักษะ ทางสังคม Soft Skills เข้ามาทำงาน แต่สำหรับบัณฑิตจบใหม่กลับมีสถิติตกงานมากขึ้น สาเหตุของปัญหาอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ ผมมีคำตอบที่น่าชื่นชมของการปรับโฉมบทบาทสถาบันอุดมศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เร่งพัฒนาทักษะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 ให้กับนักศึกษา
บทความนี้ยาวหน่อยนะ แต่รับรองว่าผู้อ่านจะได้ประสบการณ์ใหม่หลายมิติ อาทิ เปิดมุมมองใหม่ต่อการศึกษาจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมสู่โลกจริงในชุมชน กระบวนการสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคนและงาน เข้าใจความท้าทายและทางออกของการพัฒนาชุมชน สัมผัสความงดงามของคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งท้ายที่สุดผู้อ่านจะรู้วิธีพัฒนาทักษะ Soft Skills ที่หลายองค์กรต้องการ
ผมเล่าเรื่องผ่านการขับเคลื่อน โครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาก้าวขึ้นมาเป็น ผู้จัดการโครงการ เต็มตัว เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งผู้นำ นำความรู้ไปต่อยอดร่วมกับชุมชนและโรงเรียนบ้านดงอีด่อย ภายใต้กิจกรรม ห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ นวัตกรวัยจิ๋ว: ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (ฟาร์มเพาะเห็ดเคลื่อนที่) ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
Soft Skills ทักษะนายจ้างต้องการ กับโอกาสนักศึกษาวิศวกรสังคม
นายจ้างและองค์กรยุคนี้ต่างมองหาคนที่มี ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Soft Skills) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมาย ทว่า... ในมุมมองของบัณฑิตจบใหม่ การก้าวออกไปคว้า โอกาสมีงานทำ กลับกลายเป็นความกดดันครั้งใหญ่ ที่ต้องแบกรับในวันที่โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงเห็นข่าวเด็กจบใหม่ตกงานเยอะมากขึ้นทุกปี
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีกับนักศึกษายุคปัจจุบันนี้อย่างมาก คือการที่สถาบันการอุดมศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะ Soft Skills ผ่านการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม เปิดโอกาสให้นักศึกษาแต่ละหลักสูตรสาขาได้เรียนรู้ข้ามศาสตร์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
ต่างจากสมัยที่ผมยังเป็นนักศึกษาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งพวกเราต้องช่วยกันควักกระเป๋าและระดมทุนกับเพื่อน ๆ เพื่อจัดทำโครงการกันเองด้วยความยากลำบาก
โครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม มุ่งเน้นการบ่มเพาะนักศึกษาให้ก้าวไปเป็นบัณฑิตคุณภาพในฐานะ “นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนักสร้างนวัตกรรม” หรือมีทักษะ 4C พร้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์และทัศนคติที่ดีงามต่อสังคม
โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครได้ติดอาวุธทางปัญญาให้แกนนำนักศึกษา ผ่านการฝึกฝนผ่าน เครื่องมือ 5 ชิ้น “ฟ้าประทาน นาฬิกาชีวิต Timelineพัฒนาการ Timelineกระบวนการ และ M.I.C.โมเดล” ซึ่งพร้อมให้นำไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม
ผมได้รับเชิญจาก อาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบกระบวนการและเป็นที่ปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม และจะมาแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาทักษะ Soft Skills ของนักศึกษาสาขารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยแบ่งเรื่องเล่าออกเป็น 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมและสร้างทีม ขั้นตอนออกแบบการใช้เครื่องมือและปฏิบัติการ ขั้นตอนการประเมินผลลัพธ์ความสำเร็จ และขั้นตอนการสรุปบทเรียนปัจจัยสู่ความสำเร็จ
![]() |
| อ.สายฝน ปุนหาวงค์ | สมชาย เครือคำ |

เตรียมแกนนำนักศึกษา สู่ผู้จัดการโครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม
ความพิเศษของกิจกรรมภายใต้โครงการนี้คือการเปิด ห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ ภายใต้แนวคิด นวัตกรวัยจิ๋ว: ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้นักศึกษาได้สวมบทบาทเป็น ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างเต็มตัว เพื่อรับผิดชอบและบริหารจัดการกิจกรรมด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบครับ
ก่อนจะก้าวเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ สิ่งแรกที่ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ การสร้างทีมและการหล่อหลอมเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้ผู้จัดโครงการทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจน
โดยมีแกนนำนักศึกษาผู้ขับเคลื่อนโครงการทั้ง 5 คน ได้แก่ น้องกอหญ้า (หัวหน้าทีม) น้องแบ๋ม น้องอั้ม น้องเบล และน้องอาย ซึ่งผมให้ทุกคนทำความรู้จักกันผ่านการแชร์ Personal Profile แบบง่าย ๆ เพื่อดึงศักยภาพและทำความเข้าใจตัวตนของแต่ละคน ดังนี้ครับ
- ความฝันและเป้าหมาย อยากประกอบอาชีพอะไรในอนาคต?
- เป้าหมายเชิงกระบวนการ เพื่อประเมินว่าทักษะจากการจัดโครงการครั้งนี้ สอดคล้องกับความสนใจและมีโอกาสที่พวกเขาจะได้นำไปต่อยอดในอาชีพในอนาคตหรือไม่
- เสียงสะท้อนจากน้อง ๆ ทุกคนมีความฝันที่ชัดเจนและหลากหลาย ทั้งการรับราชการ เช่น ปลัด ครู กงสุล รวมถึงการเป็นเจ้าของกิจการ
- ความคาดหวัง ความกังวลใจ และความต้องการต่อการจัดโครงการ
- เป้าหมายเชิงกระบวนการ เพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้นในการกำหนดประเด็นสำหรับการโค้ชชิ่ง (Coaching) อย่างตรงจุด
- เสียงสะท้อนจากน้อง ๆ
- ความคาดหวัง อยากจัดโครงการให้เกิดประโยชน์กับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
- ความกังวล ไม่กล้าพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก กังวลเรื่องการพูดภาษากลางแล้วหลุดภาษาถิ่น กลัวเก็บข้อมูลมาใช้กับเครื่องมือไม่สมบูรณ์ และกังวลว่าโครงการจะไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมาย
- ความชอบและทักษะพิเศษ ความสามารถเฉพาะตัวที่พร้อมขับเคลื่อนทีม
- เป้าหมายเชิงกระบวนการ เพื่อนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์และแบ่งบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับจุดเด่นของแต่ละคน
- เสียงสะท้อนจากน้อง ๆ เต็มไปด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งการเป็น นักร้อง ถ่ายภาพ เต้น ท่องเที่ยว ออกกำลังกาย ไปจนถึงบางคนทักษะในการชวนพูดคุยสื่อสาร

สำหรับการสร้างทีมและการเตรียมความพร้อม พวกเราได้นัดหมายพูดคุยกันทั้งหมด 3 รอบ เพื่อปูพรมความเข้าใจอย่างเป็นระบบ ผมเรียกว่าเพิ่มทักษะ Hard skills
- รอบที่ 1 มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในภาพรวมของโครงการผ่านหลัก 5W (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และทำไมถึงทำ)
- รอบที่ 2 ลงลึกถึงการเตรียมเครื่องมือวิศวกรสังคม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมพัฒนาอาชีพเพาะเห็ด พร้อมทั้งแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมให้ชัดเจน
- รอบที่ 3 การลงพื้นที่ประสานรายละเอียดการจัดโครงการกับโรงเรียนบ้านดงอีด่อย ต.แพด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร โดยใช้กระบวนการสร้างความร่วมมือโดยจัดโครงการเพื่อตอบโจทย์และรับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย
ความน่าประทับใจคือ เมื่อได้เห็นพัฒนาการในการเจอกันทั้งสองรอบ บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความรู้สึกในตอนแรกที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ คล้ายกับมีคำถามลอยอยู่บนหัวว่า "ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?"
แต่พอพวกเขาเริ่มเปิดใจเข้าใจภาพรวม เข้าใจว่าเครื่องมือเหล่านี้จะเข้ามาช่วยสร้างอาชีพเพาะเห็ดได้อย่างไร และรู้ว่าในแต่ละกิจกรรมต้องทำอะไรบ้าง แววตาและความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็น ผู้จัดการโครงการ เต็มตัวก็ฉายชัดขึ้นมาทันทีครับ
พร้อมแล้ว แกนนำนักศึกษาวิศวกรสังคม จัดค่ายเพาะเห็ด 2 วัน 1 คืน
เมื่อถึงกำหนดการจัดงานจริงระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569 สำหรับกิจกรรมห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ นวัตกรวัยจิ๋ว: ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม ผมได้ออกแบบการพัฒนาทักษะ Soft Skills (หรือทักษะ 4C) ออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การฝึกผ่านบทบาทผู้จัดการโครงการ และการฝึกผ่านเครื่องมือวิศวกรสังคม 5 ชิ้น ซึ่งมีความน่าสนใจดังนี้ครับ
1. ฝึกทักษะผ่านการเป็น "ผู้จัดการโครงการ"
- กลุ่มเป้าหมาย (80 คน) ประกอบด้วยนักเรียนชั้น ป.4-6 ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเกษตรอำเภอคำตากล้า เทศบาลตำบลแพด คณะครูโรงเรียนบ้านดงอีด่อย รวมถึงคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
- วิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ (3 ท่าน)
- คุณณรงค์ฤทธิ์ ขวาวงษา (ประธานวิสาหกิจชุมชนปลูกเห็ดไร้สารบ้านเสาวัด) ถ่ายทอดทักษะอาชีพการบรรจุก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า การเปิดดอก และการนำเทคโนโลยีมาใช้จริงหรือจัดฟาร์มเพาะเห็ดเคลื่อนที่ มายังโรงเรียนบ้านดงอีด่อย
- คุณขวัญตา มูลสาร และ คุณเมธาวดี ไมอักรี (เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอคำตากล้า) แนะนำการจัดตั้งคณะกรรมการยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านดงอีด่อย พร้อมแนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐ
- คุณสมชาย เครือคำ ผมเองครับช่วยในการถ่ายทอดทักษะทางการเงิน บทบาทของนวัตกรวัยจิ๋ว และทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการต่าง ๆ
- บทบาทของผู้จัดการโครงการ (แกนนำนักศึกษา) น้อง ๆ รับหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมทั้งหมดด้วยตนเอง โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาคอยประคับประคอง หน้าที่หลักครอบคลุมตั้งแต่ การลงทะเบียน เป็นพิธีกร การกล่าวรายงาน ถ่ายภาพ การจับประเด็นเขียนบนกระดาษชาร์ต ป้ายไวนิลโครงการ ดูแลเรื่องอาหาร จัดกิจกรรมสันทนาการกับน้องนักเรียน จัดเตรียมสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงการรวบรวมและสรุปข้อมูลเบื้องต้นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในแต่ละกิจกรรมครับ
| นางสาววิลาสินี พันมูล แกนนำนักศึกษาและผู้จัดโครงการ |

2. ฝึกทักษะผ่าน "เครื่องมือวิศวกรสังคม 5 ชิ้น"
ผมได้ประยุกต์ใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมเพื่อขับเคลื่อนอาชีพการเพาะเห็ด โดยแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก
- มิติที่ใช้กับคนหรือแรงงาน ได้แก่
- เครื่องมือฟ้าประทาน ใช้สรุปข้อมูล ช่วยให้นักศึกษาสามารถฝึกแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง (Fact) ออกจากอารมณ์และความรู้สึก (Feeling) ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมืออื่น ๆ ที่เหลือ
- นาฬิกาชีวิต ทำความเข้าใจ กิจวัตรประจำวันของนักเรียน ทั้งในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) และวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) พร้อมทั้ง เพิ่มเลเยอร์นาฬิกาของเห็ด เข้าไป เพื่อบริหารจัดการเวลาของคนในการดูแลและเก็บเห็ดไปจำหน่ายได้อย่างลงตัว
- มิติที่ใช้กับการเพาะเห็ด ได้แก่
- Timeline พัฒนาการ ช่วยทำความเข้าใจความเป็นมาหรือพื้นหลังของอาชีพเพาะเห็ด รวมถึงความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ
- Timeline กระบวนการ และ M.I.C. Model ใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจผลิตสินค้า ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยอิงจากข้อมูลสำคัญ เช่น ความต้องการของตลาด การบริหารจัดการต้นทุน การวางแผนขยายกำลังผลิต และการเพิ่มหรือลดขั้นตอนการผลิต จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า โรงเรียนซื้อก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้ามาเปิดดอกจำหน่าย แต่มีต้นทุนแพงก้อนละ 10 บาท จึงเพิ่มขึ้นตอนการผลิตการบรรจุก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า ช่วยลดต้นทุนได้ 50%
ในมุมมองการพัฒนาชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนนั้น ผมว่าต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและความเชื่อมั่นจากคนในพื้นที่ เนื่องจากแกนนำนักศึกษาแต่ละรุ่นมีเวลาจำกัดในการฝึกฝนทักษะผ่านหน้างานจริง อาจารย์ที่ปรึกษาจึงต้องทำหน้าที่เลือกพื้นที่เรียนรู้ตามความเชี่ยวชาญ หรือนำโมเดลความสำเร็จมาขยายผลต่อยอด
เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ที่อาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ เลือกใช้วิธีขยายผลจาก โมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งมีระบบและกลไกสนับสนุนอาชีพที่ชัดเจน ผ่านการจัดการห่วงโซ่การผลิตแบบเกื้อกูลกันอย่างเป็นรูปธรรมครับ


ผลลัพธ์ความสำเร็จการจัดกิจกรรมห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ
หัวใจสำคัญที่ผมมุ่งเน้นคือ กระบวนการสร้างคน ผ่านการพัฒนาแกนนำนักศึกษา ด้วยการเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์และการลงมือทำจริง โดยใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมและอาชีพเพาะเห็ดเป็นฐาน พร้อมกับการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนและโรงเรียนบ้านดงอีด่อย
อย่างที่ทราบกันดีว่า นักศึกษาแต่ละรุ่นมีเวลาลงพื้นที่เรียนรู้จริงค่อนข้างจำกัด ข้อเท็จจริง (Fact) คือ โอกาสที่ผลงานหรือผลิตภัณฑ์สินค้าจะประสบความสำเร็จจึงมีน้อย หากไม่ใช่พื้นที่เรียนรู้ความสำเร็จเดิมหรือความเชี่ยวชาญของอาจารย์ ดังนั้น บทบาทที่แท้จริงของสถาบันการศึกษาจึงเป็นการมุ่งเน้น ฝึกฝนทักษะ Soft Skills หรือทักษะ 4C เพื่อให้นักศึกษามีประสบการณ์ มีคุณสมบัติพร้อมสรรพตามที่องค์กรยุคใหม่ต้องการ
สรุปความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ นวัตกรวัยจิ๋ว: ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในครั้งนี้ ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนออกมาผ่านความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ของการใช้ทักษะ Soft Skills ดังนี้ครับ
ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
- เด็ก ๆ และผู้ชุมชนได้รับทักษะการบรรจุก้อนเห็ดและการเปิดดอกเห็ด รวมถึงทักษะการบริหารจัดการทางการเงิน
- ได้ผลผลิตเป็นก้อนเห็ดนางฟ้าสูงถึง 3,056 ก้อน โดยมีการควบคุมคุณภาพการผลิต ผ่านการประกวดก้อนเห็ดที่มีมาตราฐาน
- บรรจุก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าเอง สามารถลดต้นทุนการผลิตได้จากเดิมก้อนละ 10 บาท เหลือ 5 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,280 บาท
- มูลค่าจากการเปิดดอกจำหน่วย จากงานวิจัยโมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูงเห็ด 1 ก้อนมีอัตราการเกิดดอก 200 กรัม ขายกิโลกรัมละ 80 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,800 บาทต่อรอบการผลิต
- เกิดกลไกการขับเคลื่อนกลุ่ม ยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านดงอีด่อย อย่างเป็นรูปธรรม ขับเคลื่อนและติดตามงานโดยสำนักงานเกษตรอำเภอคำตากล้า
- ได้จัดทำแผนการทำงานร่วมกันระยะยาวระหว่างโรงเรียนกับ ทต.แพด และสำนักงานเกษตรอำเภอคำตากล้า ในการส่งเสริมการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน


ผลลัพธ์ด้านความรู้สึกและจิตใจ (Feeling)
- ในช่วงท้ายของกิจกรรม ชาวบ้านนำโดย "หมอจ้ำ" ปราชญ์ชุมชน ได้ทำพิธีผูกแขนรับขวัญให้กับคณะคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผมว่าเป็นการแสดงความขอบคุณด้วยความอารีจากชุมชน
- โรงเรียนบ้านดงอีด่อย มีการแบ่งปันก้อนเชื้อเห็ดให้กับผู้ปกครอง ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันบรรจุก้อนเห็ด
- น้อง ๆ นักเรียน แสดงความชื่นชมและผูกพันกับพี่ ๆ แกนนำนักศึกษา อยากเข้าร่วมทุกกิจกรรมไม่อยากให้ทีมงานเดินทางกลับ เพราะมีกิจกรรมสันทนาการมากมาย อาทิ การเล่นเกม การตอบปัญหารับรางวัล
- คณะคุณครูให้การต้อนรับ ดูแล และอยู่ร่วมกิจกรรมเคียงข้างพวกเราเป็นอย่างดีตลอดงาน
- แกนนำนักศึกษา สามารถกำกับดูแลกลุ่มเป้าหมายและดำเนินกิจกรรมได้อย่างประทับใจ
อาจารย์ที่ปรึกษา มีหลักการสำคัญในการออกแบบกระบวนการไปสู่ความสำเร็จ คือ การบริหารความคาดหวัง จัดการสร้างสมดุลให้ได้ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นักศึกษาวิศวกรสังคม อาจารย์ที่ปรึกษา โรงเรียนบ้านดงอีด่อย และภาคีเครือข่าย คาดหวังอะไรกับกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งในอนาคตแกนนำนักศึกษากลุ่มนี้จะเติบโตไป พร้อมกับนำทักษะ Soft Skills ไปใช้ในงานอาทิ ข้าราชการ ปลัด คุณครู หรือทำธุรกิจ ได้อย่างแน่นอน


ปัจจัยความสำเร็จการจัดกิจกรรมห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ
1. การมีพี่เลี้ยงและระบบสนับสนุนที่มีประสบการณ์
- การหนุนหลังจากสถาบัน การที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มองเห็นคุณค่าและจัดสรรงบประมาณสนับสนุน ช่วยลดภาระและอาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องทุนทรัพย์
- การใช้โมเดลต้นแบบที่ชัดเจน การนำ "โมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูง" และเครือข่ายความร่วมมือ (เช่น เกษตรอำเภอ, อบต.แพด, ปราชญ์ชุมชน) มาเป็นกรอบทำงาน ทำให้โครงการมีทิศทางและเดินหน้าต่อได้จริง ในรูปแบบฟาร์มเพาะเห็ดเคลื่อนที่
2. การเปลี่ยนแกนนำนักศึกษาให้เป็น "ผู้จัดการโครงการ"
- การมอบหมายความรับผิดชอบอย่างแท้จริง ให้แกนนำนักศึกษาได้สวมบทบาทเป็นผู้จัดและบริหารจัดการด้วยตนเองทุกมิติ ตั้งแต่การลงทะเบียน พิธีกร อาหาร สถานที่ ไปจนถึงการเก็บข้อมูล
- กระบวนการสร้างทีมและการรู้จักตัวตน การทำความเข้าใจความฝัน ความกังวล และความชอบของทีมจัดการ ทำให้สามารถแบ่งบทบาทหน้าที่ได้สอดคล้องกับจุดเด่นของแต่ละคน ช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจก่อนลงสนามจริง
3. การประยุกต์ใช้ "เครื่องมือวิศวกรสังคม" เป็นฐานคิด
- การบูรณาการเครื่องมือให้เข้ากับบริบท นำเครื่องมือ 5 ชิ้นมาประยุกต์ใช้ทั้งกับ "คน" (เช่น เครื่องมือฟ้าประทานแยกแยะ Fact/Feeling นาฬิกาชีวิตและเห็ด) และกับ "งาน" (เช่น Timeline พัฒนาการ Timelineกระบวนการและ M.I.C. Model)
- เปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรม ทำให้เด็ก ๆ มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหา วางแผนเวลา และตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริงได้
4. การเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์ผ่านการลงมือทำจริง
- ฐานเรียนรู้ที่จับต้องได้ ใช้อาชีพเพาะเห็ดนางฟ้าและห้องเรียนยุวชนสัมมาชีพ เป็นสะพานเชื่อมความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน หน่วยงานรัฐ และชุมชน
- พัฒนาทักษะ Soft Skills และ 4C แม้เวลาในพื้นที่จะจำกัดและอาจสร้างผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จสูงสุดในชั่วข้ามคืนได้ยาก แต่กระบวนการนี้ได้หล่อหลอมให้นักศึกษามีทักษะการคิด การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ
5. การสร้างสายสัมพันธ์และความผูกพันกับชุมชน
- การทำงานแบบมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่การเอาโครงการไปให้ แต่เป็นการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับชาวบ้าน โรงเรียน และปราชญ์ชุมชน
- พลังแห่งความสุขและความรู้สึก ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่ตัวเลข แต่เกิดจากพิธีผูกแขนรับขวัญ รอยยิ้มของเด็ก ๆ ความประทับใจของคุณครู และความร่วมมือระยะยาวที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า "กระบวนการสร้างคน" ได้ผลิดอกออกผลอย่างแท้จริง
นี่คือตัวอย่างการนำทักษะ Soft Skills ที่ทรงพลัง แม้ว่าเวลาที่ใช้ในพื้นที่และมีจำกัด แต่หากกระบวนการเรียนรู้ถูกออกแบบมาอย่างดี สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่ก้อนเห็ด 3,000 กว่าก้อน แต่คือ "รอยยิ้ม ความสัมพันธ์ และการเติบโตของคน" ทั้งในฝั่งของนักศึกษาและคนในชุมชนครับ
จากเรื่องราวทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาท้องถิ่น ไม่ได้อยู่ที่การเร่งพัฒนาสินค้าอย่างเดียว แต่คือ "กระบวนการสร้างคน" ผ่านการหล่อหลอมแกนนำนักศึกษาวิศวกรสังคม ให้มีทักษะ Soft Skills และพร้อมออกไปเผชิญโลกกว้างอย่างมั่นใจ
- นงรัตน์ อิสโร, คู่มือพัฒนานักศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศ, 2564. 312 หน้า
- สายฝน ปุนหาวงค์, โมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูง, 2565-2566 [คลิกอ่านบทความ]
- สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
- คู่มือการเพาะเห็ด โมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูง [คลิกอ่านบทความ]






