วงจรอุบาทว์ “โมเดลข้าราชการทิพย์สู่โครงการทิพย์”

วงจรอุบาทว์ “โมเดลข้าราชการทิพย์สู่โครงการทิพย์”---

เรื่องร้อนตลอดสัปดาห์นี้คือ การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ประจำปี 2568 ประเด็นที่น่าทุเรศคือเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีขบวนการเครือข่ายนายหน้าทั่วประเทศ เรียกเก็บเงินคนละ 5-8 แสนบาท พบหลักฐานแก้ไขคะแนนกว่า 3,000 รายชื่อ และมีมีพิรุธแก้คำตอบคนไม่จ่ายเหลือ 0 คะแนน ประเมินความเสียหายอาจสูงถึง 4,500 ล้านบาท 

ข้าราชการทิพย์ คือการลงทุน

ประสบการณ์ผมโดยตรงเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนเรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ มีคนของฝ่ายการเมืองทำงานในท้องถิ่น มาทาบทามผ่านครอบครัวผมชวนไปทำงานอยู่ อบต. คุยราคากันตรง ๆ เลยจ่ายแค่ 35,000 บาท ได้ไปทำงานทันที

โชคดีที่ผมมีพฤติกรรมชอบความท้าทายและไม่ได้ดูถูกความสามารถตนเอง วาสนาจึงไม่ได้เป็นหนุ่ม อบต. อันมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่ก็ตกใจเหมือนกันนะหลังเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันราคาเข้าทำงานที่ท้องถิ่นอัพเดทขึ้นเกิน 300,000 บาทแล้วนะ บางพื้นที่เรียกเป็นค่า “เลี้ยงอาหารกลางวันรุ่นพี่”

การทุจริตเข้าทำงานในท้องถิ่น เทศบาล อบต. มีมานานแล้ว เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรเลยก็ได้นะ และไม่ได้มีเฉพาะหน่วยงานเดียว เอาเป็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีทุกที่เลยละกัน แต่ท้องถิ่นดันเกมก่อนอาจเป็นเพราะว่าเหิมเกริมมาก ผมคิดว่าโมเดลของขบวนการเครือข่ายนี้ น่าจะพัฒนามาจาก “แชร์ลูกโซ่” ทำคนเดียวไม่ได้แน่นอน

โครงการทิพย์ เป็นการคืนทุน

เมื่อลงทุนโกงเข้ามาก็ต้องคืนทุน ช่องทางสำคัญคือ "โครงการทิพย์" เนื้องานไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่เน้นงาน "สร้างหลักฐาน" ให้ถูกต้องตามระเบียบเป๊ะๆ เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณและอัปเกรดตำแหน่งทางสังคมให้ตัวเอง

งานของพวกเขาจึงหนักและเคร่งเครียดจริงๆ ถึงขั้นเส้นเลือดในสมองอาจแตกได้ เพราะต้องใช้พลังในการคิดวางแผนสร้าง "หลักฐานเท็จ" ให้ดูจริงที่สุด กระบวนการทุกอย่างถูกตบแต่งให้ "เป็นไปตามระเบียบ" อย่างไร้ช่องโหว่ ต้องตรวจสอบโดยการจับเทรนด์หรือความนิยมเปรียบเทียบกันหลายปี

ความน่าเศร้าที่สุดของโมเดลนี้คือการมอง “ประชาชน” เป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ใช้สำหรับการทำเอกสารให้ครบถ้วน ไม่ใช่ผู้ที่จะต้องได้รับประโยชน์จริง เมื่อโครงการจบลงแต่ไร้คุณภาพ หรือไม่มีการจัดกิจกรรมจริงเกิดขึ้น ข้ออ้างมาตรฐานที่พวกเขามักหยิบมาใช้เพื่อปัดความรับผิดชอบคือ “ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ”

วิธีตรวจสอบ ตามรอยราคาและคุณภาพ

หากใครสงสัยว่าหน่วยงานใกล้บ้านท่านเข้าข่าย “โมเดลข้าราชการทิพย์” หรือไม่ ให้ลองใช้หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานพิจารณา

  1. ราคาที่สูงเกินจริง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดในมาตรฐานเดียวกัน
  2. มาตรฐานที่ต่ำเตี้ย งบประมาณจ่ายเต็ม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือของเกรดต่ำ หรือโครงการที่ใช้งานจริงไม่ได้
  3. การเบิกจ่ายทิพย์ การเบิกงบในหมวดค่าใช้จ่ายงานอบรมที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจัดกิจกรรมจริง

“โตไปไม่โกง” แค่คำสอนหรือคำลวง?

“โตไปไม่โกง”... ประโยคสั้นๆ ที่กลายเป็นคำสอนติดปากในทุกเวทีการศึกษา แต่ในโลกความเป็นจริงของระบบราชการท้องถิ่นวันนี้ คำถามที่น่าเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การตั้งเป้าไปที่อนาคต แต่คือคำถามที่ว่าจะ “ปฏิบัติกันกี่โมงครับ?”

ท่ามกลางกระแสดังกล่าว ทำให้สังคมตั้งคำถามด้วยความเคลือบแคลงว่า 

  • สายพันธุ์ข้าราชการทิพย์ ผลิตทายาท Gen Z รุ่นที่กำลังเข้าสู่ระบบราชการมามากไหม? 
  • วงจรที่กำลังหมุนอยู่นี้กำลังผลิต "ผลลัพธ์" แบบไหนออกมา? 
  • หากข้าราชการระดับสูงในกระทรวงยังถูกตั้งคำถามว่ามีส่วนพัวพันกับวงจรอุบาทว์ แล้วหน่วยงานท้องถิ่นที่รับนโยบายมา จะเหลือพื้นที่สีขาวให้คนรุ่นใหม่ยืนอยู่ได้อย่างไร?


ท้ายที่สุด...

หากข้าราชการที่โกงยังคงมีความเขินอาย มีความละอายใจ หรือมียางอายเหลืออยู่บ้าง คงถึงเวลาที่ต้องหยุดพูดคำว่า “โตไปไม่โกง” เพราะหากวันนี้ตัวผู้สอนเองยังคงวนเวียนอยู่กับ “โครงการทิพย์” ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดิน 

ไม่ว่าทายาทรุ่นต่อไปจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าต้องโตมาในระบบที่ "โกงให้ถูกระเบียบ" เราก็คงไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้พิษที่ออกลูกเป็นพิษไปตลอดกาล หากคิดในแง่บวกรัฐบาลกำลังลดขนาดหน่วยงานลงก็ได้ เนื่องจากงบรายจ่ายประจำ (เงินเดือน) สูงมาก

///
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
อ้างอิง:
แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า