
การจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกร โรงเรียนบ้านข้าวแป้ง จังหวัดสกลนคร
ผมเพิ่งรู้ว่าในประเทศไทยมีกลไกที่เรียกว่า "ยุวเกษตรกร" ก็ตอนที่ได้ไปร่วมจัดค่ายจิตอาสา "เพาะเห็ดเพื่อน้องฯ" ณ โรงเรียนบ้านข้าวแป้ง เมื่อวันที่ 4-5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมานี่เองครับ
พอกลับมาหาข้อมูลเพิ่มก็ต้องเซอร์ไพรส์ เพราะยุวเกษตรกรเป็นกลไกระดับสากลที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก!
เดิมทีคุณครูที่นี่พานักเรียนปลูกผักตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว ผมแอบเดินไปดูแปลงผักมาครับ พื้นที่ใหญ่มากอยู่ข้างสระน้ำหลังอาคารเรียน แต่ช่วงนี้ผักอาจจะบางตาไปหน่อยเพราะเป็นช่วงปิดเทอมพอดี
การนำกิจกรรม "เพาะเห็ด" เข้ามาเสริมทัพ เกิดจากความตั้งใจของผู้อำนวยการและคณะครู ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เห็นศักยภาพของพื้นที่และชุมชนได้ขยายผลโมเดลแก้จน “การจัดการความรู้ทางการเงิน” พร้อมกับบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดค่ายจิตอาสาขึ้นมา

สร้าง "ทายาท" ไม่ใช่แค่ "คนทำเกษตร"
หัวใจสำคัญของงานนี้คือการได้รับแรงหนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภออากาศอำนวย นำโดย คุณศาสดา จันทร์ไตร ท่านเกษตรอำเภอที่มาบรรยายและนำกระบวนการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรด้วยตัวเอง โดยมีโครงสร้างที่น่าสนใจคือ- รับสมัครสมาชิก นักเรียนชั้น ป.4 - ป.6 (หรือในช่วงอายุ 10 - 25 ปี)
- คัดเลือกสภายุวเกษตรกร เสนอชื่อตัวแทนจากชั้น ป.5 มาบริหารจัดการ
- ที่ปรึกษา มีทั้งคุณครู ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองคอยเป็นพี่เลี้ยง
- กิจกรรมหลัก: ดูแลทั้งแปลงผักและโรงเรือนเห็ดแบบครบวงจร
ท่านเกษตรอำเภออธิบายให้เด็กๆ ฟังง่ายๆ ว่า ยุวเกษตรกรก็คือ "ทายาทเกษตรกรที่เรียนรู้จากการลงมือทำจริง" ผมมองว่าหากเราปลูกฝังเรื่องการทำเกษตรมูลค่าสูง (ทำน้อยได้มาก) ไว้ตั้งแต่ตอนนี้ กลไกนี้แหละครับที่จะต่อยอดไปสู่การเป็น Young Smart Farmer ในอนาคต

บทเรียนให้หยุดคิด จากคำว่า "ไม่ครับ!"
กว่าจะตั้งกลุ่มสำเร็จ ผมบอกเลยว่าแอบปวดหัวแทนท่านเกษตรอำเภออยู่เหมือนกันครับ (หัวเราะ) จุดพีคคือตอนที่ท่านถามเด็กๆ ว่า "ใครอยากโตไปทำอาชีพเกษตรกรเหมือนพ่อแม่บ้าง?" เสียงตอบรับที่ได้คือคำว่า "ไม่ครับ!" เสียงดังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ถ้าผมอายุ 10 ขวบเท่าเด็กๆ ผมก็คงตอบว่า "ไม่" เหมือนกัน เพราะภาพจำคือความลำบากและรายได้ที่สวนทางกับหยาดเหงื่อ แต่ท่านเกษตรอำเภอก็แก้เกมได้ทันควัน ท่านเริ่มเปิดใจเด็กๆ ด้วยการยกตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยระดับประเทศอย่าง CP ทำให้เด็กๆ เริ่มฉุกคิด
เรื่องนี้ทำให้ผมกลับมาทบทวนว่า ผ่านมา 20 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กจนถึงตอนนี้ ระบบการผลิต การตลาด และเทคโนโลยีในชนบทบ้านเราดูเหมือนจะยังวนอยู่ที่เดิม หลายคนยังติดอยู่ในเขาวงกตของโครงสร้างสังคมที่กดทับโอกาสเอาไว้
แต่โชคดีที่โมเดลแก้จน “ชุมชนเห็ดเศรษฐกิจ” ครั้งนี้ เราเน้นการใช้เทคโนโลยีที่เหมือนยกฟาร์มอัจฉริยะมาไว้ที่โรงเรียน พอเด็กๆ ได้เห็นนวัตกรรมและสนุกกับการเรียนรู้ ความอคติต่ออาชีพเกษตรกรก็น่าจะเริ่มจางไป น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคืออยากให้มีกิจกรรมแบบนี้บ่อยๆ ครับ

ประชาธิปไตยวัยจิ๋ว
อีกภาพที่ผมประทับใจคือความซุกซนที่แฝงไปด้วยหลักประชาธิปไตย ตอนคัดเลือกคณะกรรมการสภายุวเกษตรกร ทั้งประธาน รองประธาน ไปจนถึงเหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ มีการเสนอชื่อและคัดค้านกันอย่างจริงจัง
คุณสมบัติที่เด็กๆ ยอมรับให้มาเป็นตัวแทนคือ เป็นคนสุภาพเรียบร้อยและชอบช่วยเหลืองานส่วนรวม งานโรงเรียน สะท้อนให้เห็นว่าน้องๆ ให้ความสำคัญกับ "ตัวบุคคล" และ "กลไก" ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานแทนพวกเขา

ถึงตอนแรกผมจะแอบกังวลว่าเด็กๆ จะดูแลเห็ดไหวไหม แต่พอได้คุยกับคุณครูที่ปรึกษา ท่านยืนยันว่าเด็กๆ เก่งมาก โดยเฉพาะเรื่องการขายที่ผลผลิตออกมาเท่าไหร่ก็เกลี้ยงทุกวัน!
รู้แบบนี้ก็เบาใจครับ หลังจากนี้ถ้าได้ลงพื้นที่ไปติดตามงานอีก ผมจะแวะมาอัปเดตความน่ารักและความก้าวหน้าของสภายุวเกษตรกร โรงเรียนบ้านข้าวแป้ง ให้ทุกคนได้อ่านกันอีกนะครับ
.เรื่อง: แตงโม สกลนคร 080369
ข่าวกิจกรรมวิจัย: จัดค่ายจิตอาสาสร้าง "ยุวเกษตรกร" เพาะเห็ดสร้างรายได้ให้นักเรียน รร.บ้านข้าวแป้ง


