
ย้อนกลับไปในปี 2563 ณ ต.กุดไห อ.กุดบาก จ.สกลนคร... ผมยังจำความรู้สึกตอนที่ยืนถือไมค์อยู่หน้าห้องครั้งแรกได้ดี ความตื่นเต้นสลับกับความกังวลจนต้องซ้อมกระบวนการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในใจตอนนั้นคิดเพียงว่า “ต้องเก็บข้อมูลให้ครบตามกรอบคำถามที่อาจารย์สอนมา”
นั่นคือจุดเริ่มต้นของผม ในฐานะผู้นำกระบวนการศึกษาบริบทชุมชน (Village Profile) ด้วยเครื่องมือ 7 ชิ้น
เครื่องมือ 7 ชิ้น และกระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่
ในวันนั้น ผมมีอาจารย์หมอนและอาจารย์วิเชียรเป็นเข็มทิศ คอยออกแบบเครื่องมือและแนะแนวทางการตั้งคำถาม อุปกรณ์ในมือมีเพียงกระดาษชาร์ต ปากกาเคมีหลากสี และข้อมูลทุติยภูมิ (ข้อมูลมือสอง) ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ในกิจกรรมเราแบ่งกลุ่มลงลึกใน 4 มิติสำคัญ
- ทรัพยากรธรรมชาติ รากเหง้าของปากท้อง
- สังคม สายใยความสัมพันธ์ เครือญาติ
- เศรษฐกิจ ฟันเฟืองการขับเคลื่อน
- วัฒนธรรม จิตวิญญาณที่สืบทอด
เมื่อ "ข้อมูล" กลายเป็น "ความสัมพันธ์"
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขหรือตัวอักษรบนกระดาษ แต่คือบรรยากาศที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อเราเปิดพื้นที่ด้วยกระบวนการแบบมีส่วนร่วม (Community-Based) ผมกลับพบว่า
- ชาวบ้านคือเจ้าของเรื่องราว จากที่ผมกังวลว่าจะถามไม่ครบ กลับกลายเป็นว่าชาวบ้านต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างคึกคักด้วยความมั่นใจ
- เห็น "ผู้นำตามธรรมชาติ" ในวงสนทนากลุ่มย่อย เราจะเห็นเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ คนที่มีบารมีทางความคิดและพร้อมจะลุกขึ้นมานำการเปลี่ยนแปลง
- ทลายกรอบคำถาม จากเดิมที่ผมยึดติดกับโพยคำถาม ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะ "ฟัง" มากกว่า "จด" และนั่นทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของชุมชน
"การลงพื้นที่ไม่ใช่แค่การไปเก็บข้อมูล แต่คือการไปเริ่มต้นสร้างมิตรภาพ"
ส่งต่อกำลังใจถึงนักพัฒนา
สำหรับใครที่กำลังจะลงพื้นที่ศึกษาชุมชนเป็นครั้งแรก ผมอยากบอกว่า “อย่ากลัวที่จะเริ่ม” เครื่องมือ 7 ชิ้นจะเป็นเสมือนผู้ช่วยที่ทำให้คุณเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน แต่สิ่งที่จะทำให้งานพัฒนาเดินหน้าไปได้ไกลกว่านั้น คือความสัมพันธ์ที่จริงใจและการให้เกียรติชุมชนในฐานะ "ผู้ออกแบบชีวิตของเขาเอง"
ก้าวข้ามกรอบคำถาม แล้วคุณจะเห็นว่าความสวยงามของชุมชน... ซ่อนอยู่ในบทสนทนาเหล่านั้นเอง
.เรื่อง: แตงโม สกลนคร
