.jpg)
“ทุ่งพันขัน” วันที่ความหวังผลิดอก เมื่อแสงแดดเปลี่ยนนาปรังให้กลายเป็นขุมทรัพย์ความมั่นคงทางอาหาร
ท่ามกลางผืนดินชุ่มน้ำที่เรียกว่า "ป่าบุ่งป่าทาม" ติดลำน้ำสงคราม ในตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ภาพความเขียวขจีของต้นข้าวนาปรังกว่า 4,000 ไร่ที่กำลังชูช่อ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพการเกษตรทั่วไป แต่มันคือสัญลักษณ์ของ “การปรับตัวเพื่ออยู่รอด” ของชาวบ้านดงสารที่สู้กับข้อจำกัดทางธรรมชาติมานานนับทศวรรษ
จากวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซาก สู่การทำ "นาปรัง" ทางรอดเดียวที่ต้องแบกต้นทุน
ชาวบ้านดงสารต้องเผชิญกับสภาพพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงกว่า 4 เมตรในช่วงฤดูฝน ทำให้การทำ "นาปี" แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาจึงต้องปรับวิถีชีวิตมาทำนาปรังเพื่อประทังความหิวโหย แต่สิ่งที่ตามมาเหมือนเงาตามตัวคือ "ต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว" ที่สูงลิ่ว และภาระการดูแลที่หนักอึ้ง

พลังแห่งงานวิจัย เมื่อ "เทคโนโลยี" มาบรรจบกับ "ความเข้มแข็งของชุมชน"
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อนวัตกรรมลงมาสัมผัสผืนดินผ่านโครงการวิจัย "โมเดลแก้จนเกษตรมูลค่าสูง" ในปี 2565 - 2566 โดยการนำของ อาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่เริ่มจากการสร้างฐานรากด้วยระบบวิสาหกิจชุมชน จนกระทั่งในปี 2567 ดร.แมน ปุโรทกานนท์ หัวหน้าโครงการสนับสนุนนวัตกรรมการจัดการเศรษฐกิจครัวเรือน ได้ส่งต่ออาวุธสำคัญนั่นคือ "ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์"
"เราลดต้นทุนได้จริง ชาวบ้านเห็นผลทันตา" ครูแดง ประธานวิสาหกิจชุมชนนาปรังมูลค่าสูง เล่าด้วยแววตามีความหวัง

ตัวเลขที่เปลี่ยนชีวิต เมื่อแสงแดดจากธรรมชาติช่วยเซฟเงินในกระเป๋า
คุณราชัน ช่างชุมชนผู้ดูแลระบบสูบน้ำ ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมีการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว 5 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ ลดค่าน้ำมันเฉลี่ย 200 บาทต่อไร่ และมีความต้องการสร้างระบบการจัดการน้ำทำครบทั้งทุ่งพันขัน ที่ทุกคนเข้าถึงจะช่วยลดรายจ่ายของเกษตรกรได้มหาศาลและเท่าเทียม
จากโมเดลทุ่งพันขัน สู่การแก้จนระดับโครงสร้าง
ภาพที่ชาวบ้านระดมความคิดและรวมตัวกันไป อบต.โพนงาม เพื่อเสนอโครงการขอรับงบประมาณสนับสนุนระบบสูบน้ำฯ อีก 35 เครื่อง (วงเงินประมาณ 700,000 บาท) ไม่ใช่แค่การขอความช่วยเหลือ แต่คือการเสนอ "แผนการพัฒนาที่ยั่งยืน" จากการลงพื้นที่ในหลายชุมชนมีข้อเสนอเพื่อการพัฒนาให้กับหน่วยงานต่างๆ ดังนี้
- การเข้าถึงเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ ควรสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้ชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยตรง
- การบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน สนับสนุนการจัดตั้ง "คณะกรรมการ" เพื่อให้คนในพื้นที่ชุมชน ร่วมศึกษาสายน้ำและบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นธรรม
- เปลี่ยนเกษตรกรเป็น "นวัตกรชุมชน" ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการซ่อมบำรุงและจัดการเทคโนโลยี (เหมือนคุณราชัน) ที่เป็นช่างชุมชนเพื่อให้ระบบอยู่รอดได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องรอช่างจากภายนอก
บทเรียนจากทุ่งพันขันบอกเราว่า "ความจนไม่ใช่โชคชะตา แต่อยู่ที่โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและเทคโนโลยี" วันนี้แสงแดดที่เคยร้อนระอุ ได้กลายเป็นขุมพลังที่หล่อเลี้ยงชีวิตและคืนศักดิ์ศรีให้เกษตรกรชาวบ้านดงสารอย่างสง่างาม
.เรื่อง: แตงโม สกลนคร




