ถอดรหัส "สุขภาพทางการเงิน" ระดับชุมชน บทเรียนจากสกลนครถึงคนไทยทุกคน

ความรู้ทางการเงินระดับชุมชน

การลงพื้นที่จัดโครงการพัฒนาชุมชน-ท้องถิ่น ผมมักจะเจอชาวบ้านตั้งคำถามเสมอว่า "ทำเกษตรมาทั้งชีวิต แต่เงินเก็บถึงไม่มี?" วันนี้ผมขอพาทุกคนไปส่อง "ใบตรวจสุขภาพทางการเงิน" ของคนไทยในปี 2568 เปรียบเทียบกับภาพจริงในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร เพื่อดูว่า "ไขมันในเส้นเลือด" ที่ชื่อว่าหนี้ครัวเรือนนั้น เราจะจัดการมันได้อย่างไรด้วยภูมิปัญญาและการปรับตัวครับ

1. ภาพรวมประเทศ "ไขมันสูง" แม้ร่างกายจะดูแข็งแรงขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจครับว่า ทักษะทางการเงินของคนไทยดีขึ้นมาอยู่ที่ 71.4% แต่เชื่อไหมครับว่าสิ่งที่สวนทางคือ "ทัศนคติทางการเงิน" ที่กลับลดลง

เรามีภาวะ "หนี้ครัวเรือนสูงเรื้อรัง" (สูงกว่า 80-90% ของ GDP) เปรียบเหมือนคนที่มีค่าไขมันในเลือดสูงเสี่ยงหัวใจล้มเหลว สาเหตุสำคัญไม่ใช่แค่เราใช้จ่ายเก่ง แต่เกิดจาก "ความไม่แน่นอนของรายได้" และการพึ่งพาเงินโอนจากลูกหลานเป็นหลัก เมื่อสภาพคล่องสะดุด การกู้หนี้จึงกลายเป็นทางออกเดียว

2. เจาะลึกอากาศอำนวย ภูมิปัญญาการจัดการความเสี่ยงที่โลกต้องฟัง

เมื่อเราใช้เลนส์ SLF (Sustainable Livelihoods Framework) หรือแนวคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน มาส่องดูชาวบ้านดงสารและบ้านบะหว้า จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวิเคราะห์บริบทชุมชนและครัวเรือน ซึ่งเราจะเห็น "สินทรัพย์" ที่เงินซื้อไม่ได้ครับ

ภาพตัดขวางอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

ต้นทุนที่หายไป vs สินทรัพย์ที่เหลืออยู่

  • วิกฤตทรัพยากร เมื่อลำน้ำยามและลำน้ำสงครามเปลี่ยนไป อาหารป่าและสัตว์น้ำลดลง "รายจ่ายค่ากับข้าว" จึงพุ่งสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • การ "ออมเป็นตัว" (Cow Bank) นี่คือภูมิปัญญาที่สุดยอดครับ ชาวบ้านที่นี่อาจไม่มีเงินฝากในธนาคารหลักแสน แต่เขามี "วัว-ควาย" เป็นเงินออมที่มีชีวิต ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินก้อนในยามฉุกเฉิน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเมื่อสัตว์เกิดโรคระบาย
  • ยุ้งฉางคือธนาคาร การปลูกข้าวไว้กินเองตลอดปี คือการสร้าง "ความมั่นคงทางอาหาร" ซึ่งเป็นปราการด่านแรกของการลดรายจ่าย

วิเคราะห์ประเมินสุขภาพทางการเงินระดับชุมชน

  • รายได้และความมั่นคง ระดับ “สีเขียว: สุขภาพดีเยี่ยม” คือมีรายได้จากหลายแหล่ง (เช่น ขายผลผลิตทางการเกษตร, รับจ้างทั่วไป, ของป่า, สวัสดิการ) ไม่พึ่งพาเงินโอนเพียงอย่างเดียว
  • รายจ่ายและวินัย ระดับ “สีแดง: ภาวะเปราะบาง” มีรายจ่ายที่จำเป็นอาทิเพื่อการบริโภค, การศึกษา, ประกันชีวิตและสวัสดิการชุมชน ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนเริ่มการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายสม่ำเสมอ และแยก "รายจ่ายจำเป็น" ออกจาก "รายจ่ายตามใจ" ต้องสร้างอาชีพใหม่ที่มีมูลค่าสูง
  • การจัดการหนี้สิน ระดับ “สีเหลือง: สุขภาพดีปานกลาง” ส่วนใหญ่มีหนี้ในระบบกู้ยืมเพื่อการลงทุนและการศึกษาบุตรหลาน มีภาระหนี้ต่อเดือนหรือปีเกิน 40% ของรายได้ และมีบางครัวเรือนกู้หนี้นอกระบบมาหมุนเวียน
  • การออมและสินทรัพย์ ระดับ “สีเขียว: สุขภาพดีเยี่ยม” มีเงินสำรองฉุกเฉิน หรือมี "ออมเป็นตัว" (วัว/ควาย) หรือยุ้งฉางข้าวที่เพียงพอตลอดปี

ตรวจสุขภาพทางการเงินระดับชุมชน

3. กลยุทธ์ "ดำรงชีพแบบใหม่" ปรับตัวให้ทันโลก

บทเรียนจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ชี้ให้เห็นว่าการจะลด "ไขมันหนี้" ในระดับชุมชน ต้องขยับจากวิธีเดิมสู่ "Smart Financial Living"

กลยุทธ์แบบเดิม

กลยุทธ์แบบใหม่ (สร้างการเปลี่ยนแปลง)

ลงทุนสูง (ปุ๋ยเคมี/สารเคมี)

ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และทำเกษตรมูลค่าสูง

หมุนเวียนหนี้ (กู้ใหม่ใช้เก่า)

ตั้งเป้าหมายการออม และเจรจาปรับโครงสร้างหนี้

ทำคนเดียว เสี่ยงคนเดียว

รวมกลุ่มอาชีพ สร้างอำนาจต่อรองและสวัสดิการชุมชน

รอเงินโอนจากลูกหลาน

บริหารรายได้หลายทาง (ข้าวเม่า, เห็ด, ปลา)


พลังของการเปลี่ยน "พฤติกรรม"

การจัดการหนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่มันคือเรื่องของ "ใจตั้งเป้าหมาย" และ "วินัย" ครับ ปัญหาระดับประเทศอาจดูไกลตัว แต่การ "ตรวจสุขภาพการเงิน" ของเราเองในวันนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำได้ทันที

การนำ Digital Tools หรือแอปพลิเคชันมาช่วยจดบันทึกรายจ่าย จะช่วยให้เราเห็นความจริงถึงเจ็บปวดแต่จำเป็น เพื่อให้เรา "หลุดพ้นจากวงจรหนี้ซ้ำซาก" และส่งต่อมรดกความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้ลูกหลานได้จริง ๆ

"เพราะความจนไม่ใช่พันธุกรรม และการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้ที่สมุดบัญชีครัวเรือน มีเป้าหมายคือการออมตามศักยภาพของเราเอง"
.
เรื่อง: แตงโม สกลนคร

    สุขภาพทางการเงินระดับชุมชน
    สุขภาพทางการเงินระดับชุมชน

    อ้างอิง
    แสดงความคิดเห็น (0)
    ใหม่กว่า เก่ากว่า

    เกี่ยวกับแพลตฟอร์มแก้จน Sakon Nakhon Poverty Platform

    Sakon Nakhon Poverty Platform