
ใต้ร่มต้นมะขามอยู่ซุ้มไม้หลังเก่า หน้าบ้านของประธานวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบรูไฮ (ไทบรู) บ้านคำแหว ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร วันที่ 10 มีนาคม 2569 วันนี้ไม่ได้มีเพียงเสียงพูดคุยสัพเพเหระที่ถามปัญหาและท่องมนต์แนะนำแล้วจบ แต่เป็นเวทีล้อมวงคุยเรื่องใหญ่ระดับครัวเรือน นั่นคือ "อนาคตทางการเงิน" ของชาวบ้านที่นี่ครับ
อ.สายฝน ปุนหาวงค์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พร้อมทีมจัดการความรู้ทางการเงิน ขนข้อมูลที่เก็บมาตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มากางให้ชาวบ้านดู พบความจริงที่น่าสนใจว่า ชาวบ้านคำแหวส่วนใหญ่ "อยากออม" และ "ต้องการเงินฉุกเฉิน" แต่ติดปัญหาเรื่องการเข้าถึง แม้ในตำบลไร่จะมี “ธนาคารประชาชนตำบลไร่” ที่เข้มแข็ง แต่สำหรับชาวบ้านคำแหวแล้ว ธนาคารนี้ยังดูเหมือนอยู่ไกลเกินเอื้อม
[ข่าว : จาก "ภาระ" สู่ "พลัง" วางแผนการเงินครัวเรือน]
เปิดสุขภาพการเงินฉบับชาวบ้าน “รายได้พอมี หนี้ยังพอกพูน”
จากการล้อมวงสะท้อนปัญหา ชาวบ้านช่วยกันวิเคราะห์สถานการณ์การเงินออกมาเป็น 3 ด้านหลักๆ ที่ฟังแล้วต้องบอกว่า "นี่แหละชีวิตจริง" ครับ
- ด้านเศรษฐกิจ รายได้หลักมาจากการทำนา ทำไร่ และรับจ้างทั่วไป ส่วนรายจ่ายที่ลดลงได้ก็เพราะความใจดีของธรรมชาติจากเขาภูพาน ทั้งหาเห็ด หาปลา ไข่มดแดง เก็บหน่อไม้ตามฤดูกาลมาประทังชีพ สามารถลดรายจ่ายประมาณ 50 บาทต่อวัน
- ด้านการออม ชาวบ้านมีออมสัจจะหรือกองทุนฌาปนกิจอยู่บ้าง แต่นั่นเป็น "เงินอนาคต" ที่จะได้ใช้ตอนเสียชีวิต ส่วนกองทุนหมู่บ้านที่มีหุ้นอยู่ ปัจจุบันก็ขาดสภาพคล่อง ถ้าจะให้หอบเงิน 100-500 บาทต่อเดือน ไปฝากธนาคารในอำเภอ ก็ดูจะไม่คุ้มค่ารถเอาเสียเลย
- ด้านหนี้สิน ที่น่าตกใจคือ "หนี้ในระบบ" แม้จะได้รับการพักชำระหนี้ แต่ส่วนใหญ่เป็น หนี้มรดก ที่รับช่วงต่อจากพ่อแม่มาสู้กันต่อ รุ่นลูกไม่ได้กู้มาลงทุนใหม่ ส่วน "หนี้นอกระบบ" ก็เกิดจากเหตุฉุกเฉินล้วนๆ ทั้งเจ็บป่วย ค่าเทอมลูก หรือหมุนเวียนช่วงทำนา ยืมจากญาติหรือเพื่อนบ้านประมาณ 1-2 เดือน ปีละ 2-3 ครั้ง
คุณเอมมี่ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ชาวบ้านพึ่งพาธรรมชาติหาอาหารป่าเพื่อบริโภคลดรายจ่าย อาทิอาหารเที่ยงวันนี้มี ก้อยกุ้งฝอยแก้วหาจากหนองน้ำ, แกงยอดอ้อยใส่ไก่บ้าน ไข่มดแดง ยอดผักหวานป่าม, และก้อยไข่มดแดง แต่ปัจจุบันมีคนต่างถิ่นเข้ามาหาอาหารป่าเยอะขึ้น อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรไม่ทำลายธรรมชาติ

ออกแบบกลยุทธ์ "ออมคนละครึ่ง" และหาโอกาสใหม่ของไทบรู
เมื่อเห็นโจทย์ชัด ทีมวิจัยและชาวบ้านจึงไม่ได้จบแค่การบ่นถึงปัญหา แต่ช่วยกันออกแบบกลยุทธ์ “ออมคนละครึ่ง สร้างรายได้เสริม หาโอกาสใหม่” เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน
- ออมคนละครึ่ง สมาชิกวิสาหกิจฯ สมัครเป็นสมาชิกธนาคารประชาชนตำบลไร่ สร้างวินัยฝากเงินขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท โดยความสำคัญอยู่ตรงที่ 3 เดือนแรก วิสาหกิจชุมชนฯ จะช่วยสมทบให้ครึ่งหนึ่ง (ไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน) โดยให้ประธานกลุ่มรวบรวมเงินไปฝากให้ เพื่อลดภาระค่าเดินทาง
- สร้างรายได้เสริม สนับสนุนให้สมาชิกมีงานทำที่บ้านหรือที่กลุ่มอาทิ การฝั้นเชือกส่ง การเข็นด้ายส่ง แปรรูปสบู่ และเพาะเห็ด เพื่อให้มีเงินสดไหลเข้ากลุ่มและครัวเรือนรายวัน ให้มีเงินฝากออมทุกเดือน เพื่อวางแผนการชำระหนี้และการลงทุน
- หาโอกาสใหม่ เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการชนเผ่าบรู เพื่อเชื่อมโยงกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ยกระดับภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทบรูให้กลายเป็นต้นทุนในการพัฒนาที่ยั่งยืน และเชื่อมโยงอาชีพกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ

อ.สายฝน กล่าวทิ้งท้ายอย่างมีความหวังว่า เป้าหมายสูงสุดของการเงินระดับครัวเรือนบ้านคำแหวคือการสร้างสภาพคล่อง มีเงินสำรองยามฉุกเฉิน และมีเงินออมเพื่อการลงทุน โดยใช้กลไกของ "วิสาหกิจชุมชน" เป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระแสเงินสด โดยมี “ธนาคารประชาชนตำไร่” เป็นกลไกเสริมสภาพคล่องให้กับครัวเรือน
จากนี้ไปภาพของชาวบ้านคำแหวอาจเปลี่ยนไป จากที่เคยหมุนเงินวันต่อวัน สู่การเป็น "นักออม" และ "นักสู้" ที่มีระบบสวัสดิการชุมชนหนุนหลังอย่างแข็งแกร่ง โมเดล "ออมคนละครึ่ง" จะเป็นต้นแบบของการจัดการความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้กับเพื่อที่อื่น
.เรื่อง: แตงโม สกลนคร


