ข้าวเม่าร้อยล้านกับความจริงที่ "บ้านนายอ" เมื่อรายได้หลักแสน ยังแก้โจทย์ความยากจนไม่ได้? 🌾

ความรู้ทางการเงิน
.

วันนี้ผมจะพาลงพื้นที่ไปดู "ของดี" ที่สกลนคร บ้านเราครับ ถ้าพูดถึง "ข้าวเม่า" ชื่อของ บ้านนายอ คือเบอร์ต้น ๆ ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ แต่เชื่อไหมครับว่าภายใต้กลิ่นหอมของข้าวเม่าและตัวเลขรายได้ที่ดูเหมือนจะเยอะ ยังมี "โจทย์หิน" ที่รอการแก้ไขอยู่

รายได้หลักแสน...แต่ทำไมยังไม่รวย? 💰

จากการที่ผมได้ลองไปคลุกคลีและสอบถามชาวบ้าน พบข้อมูลที่น่าทึ่งมากครับว่า ครัวเรือนที่นี่มีรายได้จากการแปรรูปข้าวเม่าเฉลี่ยสูงถึง 100,000 บาทต่อปี ฟังดูว้าวใช่ไหมครับ? แต่พอเจาะลึกลงไป ความจริงกลับไม่ได้หอมหวานขนาดนั้น

"รายได้มันเยอะจริง แต่มันมาแค่ครั้งเดียวในรอบปี" เสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่บอกกับผม

ปัญหาที่ชาวบ้านเจอคืออะไร?

  1. ธรรมชาติบังคับ พื้นที่บ้านนายอเป็นที่ราบสูงแห้งแล้ง ทำนาได้แค่ "นาปี" ปีละครั้ง
  2. เวลาจำกัด ข้าวที่จะเอามาทำข้าวเม่าได้ดีที่สุด มีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น
  3. ต้นทุนแฝง พอข้าวในหมู่บ้านหมด ถ้าอยากทำต่อต้องกู้เงินไปรับซื้อข้าวนาปรังจากหมู่บ้านอื่นมาทำ เสี่ยงต่อการเป็นหนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

ความรู้ทางการเงิน

"วิศวกรสังคม" ลงสนาม ตรวจสุขภาพการเงินชุมชน 🔍

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ผมเห็นภาพที่น่าประทับใจครับ คือกลุ่ม นักศึกษาวิศวกรสังคม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นำโดย อาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ ลงพื้นที่สะพายกระเป๋าเข้าหาชาวบ้าน

น้อง ๆ กลุ่มนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่มาพร้อมกับภารกิจ "ตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน" ภายใต้โครงการวิจัย"ปรับโฉม สกลนคร ด้วยวิจัยและนวัตกรรม: ยกระดับสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนอย่างยั่งยืน" พวกเขามาช่วยชาวบ้านดูว่า เงินที่หามาได้แสนนึงนั้น มันหายไปกับค่าอะไรบ้าง และจะบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้ต้องไปกู้นอกระบบ

ผนึกกำลัง "อากาศอำนวยโมเดล" 🤝

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชาวบ้านกับนักวิจัยครับ เพราะท่านนายอำเภออากาศอำนวย เกษตรอำเภออากาศอำนวย และเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสกลนคร ต่างก็มานั่งล้อมวงวิเคราะห์ "ห่วงโซ่มูลค่าข้าวเม่า" ร่วมกัน

ความรู้ทางการเงิน

เป้าหมายต่อไปคืออะไร?

  • ออกแบบห่วงโซ่ข้าวเม่า(ใหม่) ทำอย่างไรให้ข้าวเม่าบ้านนายอขายได้ราคาสูงขึ้น หรือลดต้นทุน และเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการแปรรูปข้าวเม่า
  • ปฏิบัติการโมเดลแก้จน ไม่ใช่แค่สอนให้หาเงิน แต่สอนให้ "บริหารเงิน" โดยเฉพาะด้าน "ความรู้ทางการเงิน" (Financial Literacy) และหาทางออกเรื่องแหล่งน้ำ เพื่อให้ปลูกพืชอื่นเสริมได้ในช่วงที่ไม่มีข้าว


ก้าวต่อไปของบ้านนายอน่าติดตามมากครับ ข้อมูลจากครัวเรือนที่น้อง ๆ นักศึกษาเก็บไป จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อสร้างแผนพัฒนาที่ "กินได้จริง" ไม่ใช่แค่รายงานบนกระดาษ

ถ้าเราแก้โจทย์เรื่อง "การบริหารทักษะทางการเงิน" ควบคู่ไปกับ "นวัตกรรมการผลิต" ได้ ข้าวเม่าบ้านนายอจะไม่ใช่แค่ภูมิปัญญาการถนอมอาหารพื้นบ้าน แต่จะเป็นกลไกสำคัญจากพลัง Soft Power ที่พาคนสกลนครก้าวข้ามเส้นความยากจนได้อย่างยั่งยืนครับ


โดย: แตงโม สกลนคร
สถานที่: บ้านนายอ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร


แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า

เกี่ยวกับแพลตฟอร์มแก้จน Sakon Nakhon Poverty Platform

Sakon Nakhon Poverty Platform